
|
Table of contents
ทำไมต้องคุยเรื่องนี้
คำถามนี้มันสำคัญกับคนแบบเราๆอย่างไร ผมเริ่มจากตัวผมเองตอนเรื่องคิดจะซื้อรองเท้าเทรล ยิ่งตอนที่เริ่มวิ่งใหม่ๆ เราก็มองหารองเท้าที่คนส่วนมากใช้กัน ด้วยพื้นฐานความคิดว่า “มันน่าจะพอใช้ได้แหละ”
ปริมาณของคนที่ซื้อรองเท้าใช้ส่วนมาก ก็เป็นคนธรรมดาแบบเราๆนี่หละ ไม่ได้เป็นนักวิ่งแนวหน้า หรือเน้นแข่งขันอะไร
คนธรรมดาแบบเราๆ เป็นคนที่ซื้อรองเท้าแล้วใส่เพื่อออกกำลังกาย เพื่อออกไปทำกิจกรรมที่ชอบ ออกไปวิ่งเทรลกับเพื่อนๆทุกๆสุดสัปดาห์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ลักษณะของผู้ซื้อ และ พฤติกรรมของผู้ซื้อก็จะคล้ายๆกัน
อาจจะแตกต่างเรื่องรสนิยมบ้าง แต่พื้นฐานในการตัดสินใจเลือกสินค้าก็จะคล้ายๆกัน
จากประสบการณ์ที่ผมขายรองเท้าที่ ร้านเคฟแมน มา 8 ปี (ตอนนี้ปลายปี 2024 ) สิ่งที่มือใหม่หรือผู้เริ่มต้นจะใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจในการเลือกซื้อรองเท้าใหม่ ก็คือ ” รุ่นนี้คนใช้เยอะไหม “
งั้นเรามาดูกันว่า La Sportiva มีรองเท้าเทรลรุ่นไหนบ้างที่ขายดีตลอดกาล เพื่อช่วยให้เพื่อนๆตัดสินใจในการซื้อรองเท้าเทรลได้ง่ายขึ้น
AKASHA II

เป็นโมเดลสร้างชื่อสูงสุดของ La Sportiva มาถึงวันนี้ก็เป็นรุ่นที่ 2 แล้ว
Akasha รุ่นแรกถูกออกแบบและวางจำหน่ายเมื่อปี 2016 เป็นช่วงเวลาประมาณ 8 ปีแล้วสำหรับโมเดลนี้
Akasha ได้รับความนิยมมาก เพราะอย่างที่รู้กันว่า La Sportiva เป็นแบรนด์ที่ออกแบบรองเท้าสำหรับทำกิจกรรมบนภูเขา
DNA ของแบรนด์ได้รับการถ่ายทอดมายังรองเท้ารุ่นนี้อย่างเต็มๆ ทั้งเรื่องการปกป้อง ความั่นคงของรองเท้า
รวมถึงการซัพพอร์ทที่เป็นคาแลคเตอร์ของแบรนด์ ดอกยางมีความยาวประมาณ 4.5 มม เพื่อการวิ่งบนทางที่หลากหลายรูปแบบ เกาะได้ดีแม้จะเจอพื้นที่ชื้นแฉะ
และในช่วงปี 2021 ที่ร้านเคฟแมน ได้เริ่มนำเข้าแบรนด์ La Sportiva ได้มีการแข่งขัน Leadville 100 ซึ่งเป็นปีที่นักวิ่งระดับตำนาน ชื่อว่า Anton Krupicka กลับมาวิ่งระยะไกลอีกครั้ง

ถ้าพูดถึง Anton Krupicka ไม่แน่ใจว่านักวิ่งใหม่ๆจะรู้จักเขาหรือไม่ แต่ถ้าพูดถึงชายหนวดเครายาวคล้ายซานตาครอส รูปร่างผมสูงไม่สวมเสื้อตลอดการแข่งขัน และชอบวิ่งระยะไกล สวมผ้าบัฟแบบเย็บขึ้นมาเอง ภาพที่หลายๆคนน่าจะเคยได้เห็นคือชายคนนี้มักจะทำกิจกรรมที่เรียกว่า “Scamble”
Scamble คือกีฬาที่ผสมผสานระหว่างการ Hiking กับ Climbing เข้าด้วยกัน เป็นการปีนหน้าผาที่มีลักษณะเป็นโขดหินหรือผนังที่มีความลาดชัน ด้วยมือเปล่า
ในการแข่งขัน Leadville 100 ในปี 2021 ทุกคนก็เพ่งไปที่รองเท้าของเค้า ว่าเค้าใส่รองเท้าอะไรในการแข่งขันใส่คู่เดียวตลอดการวิ่งระยะ 100 ไมล์ และเข้าเส้นชัยเป็นลำดับ 3 หลังจากห่างหายการแข่งอัลตร้าเทรลมาราธอน ไปเป็นเวลานานในเว็ปไซด์ต่างประเทศหลายเว็ปได้พูดถึงรองเท้ารุ่นนี้ว่าเป็นโมเดลใหม่ของ La Sportiva ซึ่งน่าจะเป็น Akasha 2

ถ้าอยากติดตามดูการกลับมาวิ่งของ Anton สามารถดูได้ที่ลิงค์นี้ครับ Link
ซึ่งก็เป็นความจริงหลังจากนั้นไม่นาน เว็ปไซด์ La Sportiva ก็เปิดตัว Akasha 2 อย่างที่ทุกคนคาดไว้และถูกออกมาวางตลาดในปี 2022 แน่นอนว่าโมเดลนี้ก็ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความนิยมมากๆ (ตอนที่ผมเขียนบทความนี้สต๊อกของ Akasha 2 แทบจะหมดเกลี้ยงไปแล้ว)
แต่ก็ยังมีเสียงตอบรับเรื่องน้ำหนักที่ดูจะมากกว่ารองเท้าแบรนด์อื่นในท้องตลาด การที่รองเท้ามีน้ำหนักก็เป็นประเด็นนึงที่ Anton Krupicka เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า น้ำหนักรองเท้าเทรลสำหรับเค้า เค้ามองว่าถ้ารองเท้าที่เบามากๆก็คือการเอาอะไรบางอย่างออกไปจากรองเท้าเท่านั้น
น้ำหนักของรองเท้าควรจะสมเหตุสมผลกับสิ่งที่ถูกใส่เข้าไป — Anton
เพราะฉะนั้นจริงๆแล้ว จะดูแต่น้ำหนักรองเท้าเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ ต้องดูว่าในน้ำหนักนั้น เค้าใส่อะไรลงไปบ้าง เอาอะไรออกบ้าง
Akasha 2ถูกปรับเปลี่ยนไปจากรุ่นแรกพอสมควร เปลี่ยนผ้าให้มีการระบายอากาศและยืดให้ตัวได้มากขึ้น เปลี่ยนโครงสร้างการปกป้องด้านข้าง ทำให้น้ำหนักลดลง และคนที่เท้ากว้างหน่อยสามารถใส่ได้สบายขึ้น ทำให้เป็นรุ่นที่มียอดขายที่ดีตลอดกาลแทบทุกประเทศทั่วโลก
BUSHIDO III

รองเท้าเทรลรุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะ และเป็นไอคอนิคมากๆ ด้วยรูปทรงและการออกแบบที่เหนือชั้น ดูยังไงก็รู้ว่ามันคือ Bushido ตอนนี้มาถึงรุ่น 3 แล้ว
ลักษณะพิเศษของรุ่นนี้ก็คือ
- รูปลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ Design สวยแปลกตา
- ความรู้สึกตอนสวมใส่ ที่ให้ความกระชับคล้ายใส่ถุงเท้า ผ้า Upper ยืดตามทรงเท้า ทำให้ไม่อึดอัด
- ความมั่นคงเวลาเดินและวิ่ง ด้วยการออกแบบที่ทำให้รองเท้ามีความเสถียร (Stability) มาก
ไม่น่าเชื่อว่าลักษณะพิเศษเพียง 3 ข้อแต่กลับครองใจตลาดวิ่งเทรลมาได้นานเป็น 10 ปี และเรายังเห็นนักกีฬาประเภทอื่นๆเลือกใช้ Bushido 3 ในการเล่นกีฬาอีกด้วย เช่นกลุ่มกีฬา spartan เช่นแชมป์ spartan eu คุณ Luca Pescollderungg เลือกใช้ Bushido ในการแข่งขัน

หรือแม้แต่กระทั้งนักกีฬากลุ่มยิงปืนรณยุทธ์ (IPSC) หลายๆท่าน อย่าง คุณแฮ็ค และ น้องก๊อกแก๊ก(นักกีฬายิงปืนรณยุทธทีมชาติไทย) ก็เลือกที่จะใช้ Bushido III เพราะความกระชับและความหนีบของพื้น

ลักษณะเด่นทั้ง 3 ยังคงถูกรักษาเอาไว้ โดยในรุ่นที่ 3 นี้จะเป็นการเพิ่มความสบายให้กับผู้สวมใส่
ความสบายที่ 1 คือ ความกว้างที่มากขึ้น รองเท้ามีปริมาตรที่เพิ่มขึ้นแต่ก็ยังคงรักษาความกระชับเท้าไว้ได้เป็นอย่างดี
ความสบายที่ 2 คือน้ำหนักที่ลดลง เพราะมีการเปลี่ยนวัสดุ ให้เป็นผ้าตาข่ายที่โปร่งและระบายมากขึ้นส่งผลให้ สวมใส่สบาย
ความสบายที่ 3 คือ ความหนาที่พิ่มขึ้นเพื่อการซัพพอร์ท
JACKAL II
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2020 เป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงกับรองเท้ากลุ่ม Mountain Running ของ La Sportiva อีกเหตุการณ์นึง
เพราะมีการออกโมเดลใหม่ มาสู่ตลาดการวิ่งเทรลที่แทบจะเป็นปีที่บูมมากๆ โมเดลใหม่ก็คือ JACKAL
Jackal เป็นโมเดลที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้คนปกติธรรมดาแบบเราๆ ให้วิ่งได้ไกลขึ้น และสนุกขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ “Find your ultra” ⇒ ไม่ว่า Ultra ของคุณจะเป็นอย่างไร สามารถใช้ Jackal เพื่อไปยัง Ultra ของคุณได้
ดีไซน์ที่ออกแบบมาใหม่ กับ ความ Fit แบบ High Volumn ที่หน้าเท้ามีความกว้างมากขึ้น และ หลังเท้าที่ปริมาตรที่มากขึ้น แน่นอนว่าน้ำหนักก็ลดลงมาด้วย แต่พื้น Midsole ยังคงมีความหนา เพื่อการซัพพอร์ทได้
ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี Infinitoo ทำให้พื้น Midsole ที่ทำจาก EVA ให้มีความหนาแน่นแตกต่างกัน เพื่อการซัพพอร์ทที่ดีขึ้น และมีการแทรกวัสดุกลุ่ม PU เข้าไปด้วย เพื่อสร้างแรงส่งที่จะช่วยให้เราออกแรงน้อยลงเวลาวิ่ง
ถามว่าวัสดุกลุ่ม PU คือแบบไหน ก็คือวัสดุที่รองเท้าวิ่งทางเรียบหลายๆยี่ห้อชอบใช้ในกลุ่มรองเท้าแข่ง เพื่อใช้ในการส่งแรงให้นักวิ่งวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ประหยัดแรง
ความหนาของพื้น Midsole บริเวณส้นอยู่ที่ 26มม , บริเวณหน้าเท้า 19มม drop 7mm โมเดล Jackal ถูกพัฒนาต่อเนื่อง เป็น Jackal 2 ในปี 2023 โดยพัฒนาให้วัสดุ upper โปร่งขึ้นไปอีก ทำให้สวมใส่ได้สบายขึ้นไปอีก น้ำหนักเบาลงเล็กน้อย
PRODIGIO

รุ่นใหม่มาแรงแซงหน้ารุ่นพี่ ด้วยการปรับปรุงทั้งหน้าตา ทั้งวัสดุ และเทคโนโลยี
จุดเด่นของ Prodigio คือพื้นชั้นกลาง (Midsole) ที่ถูกฉีดไนโตรเจนเข้าไป ทำให้เนื้อ EVA เดิมพองตัวขึ้น สิ่งที่ได้กลับมาคือ ความเบาของรองเท้า และความเด้งส่งแรงกลับ ทำให้ผู้สวมใส่ประหยัดแรงเวลาวิ่ง
เทคโนโลยีนี้เรียกว่า XFlow เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ La Sportiva ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่เคยเห็นการใส่เทคโนโลยีลักษณะนี้ลงไปในรองเท้าวิ่งเทรลมาก่อน
ความเด้งและเบานี้ นักวิ่งหลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือน เอารองเท้าทางเรียบมาวิ่งเทรลเลย ทำให้เราทำรอบขาได้ดีขึ้นแต่ยังคงได้ใช้ประโยชน์จากความนุ่มและซัพพอร์ทของรองเท้า
น้ำหนักของ Prodigio ไซส์ฮิตอย่าง 42eu (9us) อยู่ที่ประมาณ 250g เท่านั้นเอง ถือว่าเบามากๆสำหรับรองเท้าเทรล
อีกหนึ่งความน่าสนใจของรุ่นนี้คือ การปรับปรุงดีไซน์ที่เราเห็นบนรองเท้า La Sportiva หลายๆรุ่น ให้กลายเป็นรองเท้าที่ฉีกรูปลักษณ์เดิมๆไปเลย
ทำให้นอกจากจะสามารถใส่ PRODIGIO เป็นรองเท้าวิ่งแล้ว เราสามารถใส่เป็นรองเท้าทำงานหรือใส่เดินเล่นได้อีกด้วย ผมเองก็ใส่ยืนทำงาน ไม่รู้สึกเมื่อย เหมือนการใส่รองเท้านิ่มๆแบบอื่นๆเลย

หากสนใจสามารถเข้าไปดูคุณสมบัติของ PRODIGIO เพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ Link
หรือซื้อ PRODIGIO ได้ที่ลิงค์นี้ Link
ทำไมต้องรองเท้า La sportiva
แน่นอนว่าสินค้าที่ร้านเคฟแมนขาย ผ่านการเลือกสรรของผมเป็นหลัก เพราะผมใช้เอง และมั่นใจในคุณภาพ ถึงเลือกที่จะเอามาจำหน่ายให้เพื่อนๆที่ติดตามร้านของเราซื้อไปใช้
La Sportiva เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผมซื้อมาใช้เอง และชื่นชอบในคุณภาพสินค้า ลักษณะพิเศษที่มีในสินค้าของ La Sportiva คือ ความทนทาน และการคิดคำนึงเรื่องการออกแบบ ที่พยายามเอาเทคโนโลยี ใส่เข้าไปเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ดีขึ้น
ความทนทาน ที่เรียกว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่ายไปสุดๆ ตรงไหนที่ต้องเสื่อม ก็อาจมีเสื่อมตามเวลาบ้าง แต่ส่วนที่ไม่ควรเสื่อมก็อยู่กันไปจนรองเท้าพังไปเลยทีเดียว

เรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานในสินค้าให้ผู้ใช้ ใช้งานได้ดีขึ้น เป็น Motto หลักของแบรนด์เลยก็ว่าได้
Innovation with passion – La Sportiva
ถ้าสังเกตสินค้ากลุ่มรองเท้าเทรลจะเห็นได้ชัดที่สุดเรื่องการพัฒนาของการใช้เทคโนโลยีในสินค้า แค่ตั้งแต่ช่วงปี2021 ที่ร้านเคฟแมนเริ่มนำเข้า La Sportiva เข้ามาจำหน่าย รองเท้าวิ่งเทรลถูกพัฒนาต่อเนื่องทุกปี มีเทคโนโลยีใหม่ตลอด ลูกค้าได้รู้จักเทคโนโลยีที่ไม่คิดว่าจะมีได้ตลอด
การปกป้องที่เราจะได้จากรองเท้า ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ มือเก่าอย่างไร การปกป้องจำเป็นมากๆ ยิ่งถ้าเราเป็นมือใหม่อยากวิ่ง 100 โล
ได้รองเท้าเทรลไปใส่วิ่งแต่รองเท้านั้นไม่ปกป้องเลย เตะรากไม้ไปทีเล็บหลุด ก็แทบจะต้องเลยกวิ่งเลย
ขอบคุณครับ
แป๋ง