
Table of contents
การที่เราออกไปวิ่งเทรล สิ่งที่เราต้องการสูงสุดคือ การผจญภัยไปกับการเข้าใกล้ธรรมชาติ
สังเกตได้ว่าหลังจบช่วงโควิด ทุกคนอยากออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้ง อยากออกมานอกบ้าน
แต่กีฬาก็คือกีฬา ไม่ว่าใครก็ต้องการผลสำเร็จ เราต้องการก้าวข้าม เพื่อพัฒนาความสามารถของตัวเอง
เรื่องสุขภาพมันได้อยู่แล้ว ถ้าเราออกกำลังกาย
ระยะทางที่มากขึ้น เวลาที่ดีขึ้น กล้ามเนื้อ ความทนทานที่มากขึ้น ทุกอย่างมาจากร่างกายที่ถูกพัฒนาจนแข็งแรงขึ้น
หลายคนเลือกที่จะออกไปซ้อมเขาทุกเสาร์อาทิตย์ ซึ่งมันก้าวข้ามคำว่า “เพื่อสุขภาพ” ไปแล้ว
แต่เราทุกคนคาดหวังผลสำเร็จที่ใหญ่ขึ้น ถ้าไม่ซ้อมก็ไม่จบ จบไม่เจ็บ จบด้วยเวลาและผลงานที่ดี
ทักษะทางกาย จิตใจ และอุปกรณ์ ทำให้คนทั่วไปแตกต่างจากมือโปร
Luke Skywalker จะใช้พลังเจไดได้ ก็ต้องฝึกทั้งกายและใจ
เทคโนโลยีที่ใส่เข้าไปในอุปกรณ์ที่เราใช้ ก็เหมือนกับการที่ Yoda สอน Luke ใช้พลังเจได ปลดล็คกให้ Luke ไปได้สุด
อุปกรณ์ธรรมดาทำให้เราเก่งได้ แต่ไม่สุด Luke อาจจะใช้พลังเจไดได้ แต่ไม่ถูกทางถ้า Yoda ไม่สอน
ในการวิ่ง นอกจากความเร็ว ยังมีเรื่องของความทนทานของผู้วิ่ง ที่ต้องถูกฝึกฝนมา
ใครใช้พลังงานน้อยกว่า ในความเร็วที่เท่ากัน ย่อมเหนื่อยน้อยกว่า
ในปี 2024 เทคโนโลยี XFlow ได้ถูกคิดค้นขึ้น และถูกใช้กับรองเท้ารุ่น Prodigio
ด้วยการฉีดไนโตรเจนเข้าไปในพื้น Midsole ทำให้อนุภาคของ EVA พองตัวขึ้นเป็นลูกโป่ง
ให้การตอบสนองที่ดีกว่า พื้น EVA แบบเดิม เบาและเด้ง ช่วยให้ประหยัดแรงกว่ารองเท้าเทรลทั่วไป
สุดกว่าที่เคยมีมา

เพื่อตอบสนองนักกีฬาที่คาดหวังผลสำเร็จที่มากขึ้น ทีมออกแบบจึงไม่หยุดแค่นี้
ภายใต้ Character ที่ชัดเจนของ La Sportiva ที่รองเท้าต้องใช้ได้กับเส้นทางที่ยาก และ Technical เพราะ DNA ของ La Sportiva คือการทำกิจกรรมบนภูเขา
ยิ่งเป็นภูเขาในอิตาลีอย่างเทือกเขา Dolomite ที่เป็นที่ตั้งของบริษัท ซึ่งมีความสลับซับซ้อน พื้นผิวมีความเฉพาะตัว
จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบรองเท้า Super Trail Shoes เพื่อการวิ่งเทรลบนทางTechnical
ยังคงปกป้อง และตอบสนองได้ดี ทำให้วิ่งเร็วขึ้นได้แต่ประหยัดแรงกว่า
ปรากฏตัวครั้งแรก

ปี 2024 เดือนสิงหาคม ในการแข่งขัน UTMB ที่บูธ La Sportiva มีการจัดให้นักวิ่งที่เดินในงาน Expo ได้ทดลองรองเท้ารุ่นใหม่ และรองเท้ารุ่นที่ว่าคือ Prodigio Pro
เป็นครั้งแรกที่คนทั่วๆไปได้สัมผัสตัวจริง หลังจากกระบวนการ design พัฒนาและถูกทดสอบจบลง
มีนักวิ่งไทยหลายคนที่ได้ไปลองเทสในครั้งนั้นด้วย
และเริ่มมีการพูดถึงรองเท้ารุ่นนี้ มีอินบอกซ์มาถึงทีม La Sportiva Thailand ว่า Prodigio Pro จะเข้าไทยไหม จะเข้าเมื่อไหร่
ดีไซน์ใหม่หมดจด

ก่อนการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่ารองเท้าทุกรุ่นที่ผ่านกาออกแบบโดยทีม Designerแล้ว ต้องผ่านการทดสอบจริงจาก นักกีฬาในทีม La Sportiva
นักกีฬาหลายคนได้ทดลองใช้ Prodigio Pro ในการแข่งขันและการซ้อมในช่วงแรกก่อนที่รองเท้าจะถูกวางจำหน่าย
หนึ่งในนั้นคือ Nadir Mago (นาเดีย มาโก้) ได้ใช้ Prodigio Pro ในการทำ FKT หรือ Fastest Known Time วิ่งบนเส้นทางที่เรียกว่า Translagorai Classic ระยะทาง 80 กิโล จาก Passo Rolle ไปยัง Panarotta

เผื่อใครอยากไปวิ่งตาม ดูลิงค์นี้ได้ครับ
เส้นทาง : https://fastestknowntime.com/route/translagorai-italy
อันนี้เป็น Strava ของนาเดีย ครับ
https://www.strava.com/activities/12675187104
ทางวิ่งของเส้นทางนี้ ถือว่ามีความ Technical มากเส้นทางหนึ่ง เป็นเส้นทางที่ใกล้กับที่ตั้งบริษัท La Sportiva จึงถูกใช้เป็นเส้นทางในการทดสอบรองเท้าอยู่เป็นประจำ
Prodigio Pro ถูกออกแบบมาให้ใช้บนเส้นทางTechnicalแบบนี้ ลักษณะเส้นทางเป็นหินภูเขาไฟ แข็ง แหลมและคม ผสมกับทางดินทราย สูงและชัน
ภาพบรรยากาศการวิ่งของ Nadir ครับ
https://www.instagram.com/p/DBRQ3YRoD0w
https://www.instagram.com/reel/DBOvLjPsN5o
ทางภูเขาในยุโรปถือว่าเป็นเส้นทางที่ยากต่อการเดินและการวิ่ง การออกแบบรองเท้าเพื่อใช้ใช้ได้ในเส้นทางที่ยาก เมื่อนำมาใช้ในทางแบบปกติ ยิ่งจะดึงประสิทธิภาพของรองเท้าออกมาได้มากขึ้นไปอีก
อย่างการใช้งานเพื่อการวิ่งระยไกลติดต่อกันหลายๆวัน แบบรายการ HK100 Grandslam ที่พี่เปิ้ล ( https://www.facebook.com/payungsak.ple ) ได้ไปร่วมแข่งขันมาเมื่อต้นมกรา 25 ที่ประเทศฮ่องกง
เป็นรายการที่จัดเพื่อวิ่งติดต่อกัน 3 วัน เรียกว่า โดย Grand Slam = The Third + The Half + Hong Kong 100 ระยะทางรวมกัน คือ 33 + 56 +103 = 192 km
ความชันสะสมนี่ก็โหดร้ายใช่เล่น 1418 + 2206m + 5314 = 8938 m
พี่เปิ้ลใส่ Prodigio Pro ลงแข่งตลอดระยะเวลา 3-4 วันนั้น เล่าให้พวกเราฟังหลังจากลงแข่งเสร็จแล้วว่า “น้ำหนักเบา ใส่สบายเท้า พี่ลองใส่วิ่งวันแรกก่อน 33k ติดใจใส่วิ่งจบทั้ง4วันเลย”
หรืออย่างการแข่งสนามในไทย พี่ตี๋ ( https://www.facebook.com/wisit.jongjam ) ได้ใส่ Prodigio Pro ลงแข่งในงาน เข็กน้อยอัลตร้าเทรล ระยะ 70km
พี่ตี๋เล่าให้พวกเราฟังว่า “ใส่วิ่งดีเลยครับ นุ่มสบาย ไม่ยวบ เรื่องพื้นดีอยู่แล้ว หน้ากว้างโปร่ง ระบายอากาศดีมาก ล๊อคข้อเท้ากระชับ ผมชอบ ระยะไกลๆดีมาก เหมาะกับทุกระยะครับ”
อย่างแจ่ม!!! อยากซื้อแล้ว
เดิมหลงรัก Jackal II BOA เจอ Prodigio Pro เข้าไป พี่ตี๋ถึงกับเอ่ยปากว่า “เอามาแทน BOA ได้เลยครับ”
ใครกำลังมองหารองเท้าเพื่อการวิ่งไกลและใช้วิ่งบนทางTechnicalได้ดี Prodigio Pro ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ
การออกแบบและเลือกวัสดุ

ในเมื่อต้องการทำรองเท้าสายแข่งแบบสุดๆ การออกแบบและการเลือกใช้วัสดุก็ต้องไปให้สุดด้วย
ด้วยประสบการณ์การออกแบบรองเท้าเพื่อการใช้งานในกีฬาภูเขากว่า 100 ปี
การเลือกใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่เฉพาะตัวของ La Sportiva ทำให้รองเท้าแข่งแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นเฉพาะตัว
เพื่อให้ Prodigio Pro เบาแต่ยังปกป้องเท้าอยู่การเลือกใช้วัสดุ Upper แบบเดิมๆจึงไม่ใช่ทางออก
Upper แบบใหม่ ผลิตจาก Polyester Yarn หรือเทคโนโลยีการทอเส้นใยโพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุ Upper

และถูกเคลือบด้วย TPU ด้วยเทคโนโลยีทางความร้อน เพื่อเพิ่มความทนทานขึ้นไปอีกระดับ
ร่วมกับ Power Wire (TPU fused yarn technology) เป็นเส้นใย TPU ที่เอามาทอเป็นโครงสร้างเสริมแรง บริเวณกลางเท้าและส่วนหัวรองเท้า

ในกระบวนการทอ Polyester Yarn การทับกันของแต่ละเส้นใย ทำให้เกิดโครงสร้างคล้ายCocoon (รังดักแด้) ทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงมาก และระบายอากาศได้ดี
Polyester Yarn ให้ความยืดหยุ่นที่สูงทำให้เวลาสวมรองเท้า Upper จึงยืดออกตามรูปร่างเท้า
โครงสร้างเสริมแรง Power wire TPU ให้ความยืดหยุ่นที่น้อยกว่า ทำให้ช่วยรัดกระชับเท้า ทนต่อการขูดขีดเสียดสี และยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย
บริเวณรอบข้อเท้าที่เป็น Knitting ให้ความกระชับ และป้องกันเศษกรวดเข้ารองเท้า

พื้น Midsole ก็พัฒนาไปอีกขั้น กับ ใช้พื้น Midsole ที่มีโครงสร้างผสมถึง 3 ชั้นวัสดุ
1. เริ่มด้วยส่วนหลักที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าเรา พื้นMidsole ตัวใหม่กับ เทคโนโลยี “XFlow Speed” ที่เลือกใช้ TPU ทำให้พื้นรองเท้าตอบสนองได้ดี เด้งแบบ maximum energy return เพื่อการ speed บนทางเทรลอย่างแท้จริง

2. โครงสร้างถัดมาที่ถูกแทรกอยู่ใต้พื้น XFlow Speed คือ SEMI-RIGID XFlow Speed Plate ที่ทำหน้าที่เหมือน Carbon Plate ที่ช่วยเพิ่มการตอบสนองและเด้งส่ง ให้ผู้วิ่งประหยัดแรง แต่ให้ความ Smooth ในการลงเท้ามากกว่า Carbon Plate

3. พื้นชั้นนอกสุดที่เป็นเทคโนโลยี XFlow ที่ช่วยเพิ่มการปกป้อง ให้ความนุ่มในทุกก้าวและดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดี

ออกแบบมาให้สุด เพื่อคนสุดๆแบบคุณ
ยึดเกาะเป็นพิเศษ
ในการวิ่งบนทาง Technical และมุ่งหวังที่จะทำความเร็วให้มากขึ้น ความปลอดภัยย่อมต้องถูกคำนึงและใส่ใจเป็นพิเศษ
เหมือนในรถแข่ง ระบบเบรคต้องถูกเลือกใช้อย่างระมัดระวัง ชนิดของยางต้องเหมาะสมและยึดเกาะถนนได้ดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
พื้นชั้น Outsole ของ Prodigio Pro จึงถูกออกแบบให้ดอกยางลึกขึ้น แต่ไม่มากเกินไปทำให้ยังคงวิ่งได้ดีในทุกสภาพพื้นผิว ด้วย Lug Length 4mm
นำพื้นยางแบบ FriXion White มาใช้เพื่อให้รองเท้าเกาะพื้นได้หนึบสุดๆ สังเกตได้ว่ามีเพียงรองเท้าไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่ใช้พื้นนี้ และแต่ละรุ่นก็ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะที่พิเศษมากๆ

FriXion White เคยถูกใช้บนรองเท้ารุ่น Jackal II BOA และ Ultra Raptor II ที่เคยวางจำหน่ายในไทย และหลายๆคนก็ชื่นชอบในความหนึบในการยึดเกาะพื้นของมัน
ออกแบบดอกยางใหม่ ด้วยรูปแบบดอกยาง Aggressive LaSpo Lugs ออกแบบเป็นโค้งรูปตัว A และตัว V ที่คมขึ้น เหมือนกรงเล็บที่ดุดันใช้ในการเกาะทั้งตอน Uphill และ Downhill
ผลข้างเคียงของการวิ่งทำความเร็ว
ในการวิ่งทำความเร็ว ผลที่ตามมาคือ แรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อและกระดูกส่วนต่างๆ ยิ่งเป็นการวิ่งบนทาง Technical หรือบนทางเทรลที่ขรุขระ วางเท้ายากๆ ก็ยิ่งส่งผลได้อย่างชัดเจน
Prodigio Pro ออกแบบมาเพื่อให้นักกีฬาทำความเร็วได้สูงสุดบนทาง Technical จึงต้องคำนึงถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นจากการวิ่งทำความเร็ว ในขั้นตอนการออกแบบด้วย
ยิ่งกระดูกชุดไหนมีขนาดเล็ก และถูกใช้ซ้ำตลอด โอกาสบาดเจ็บก็จะมากกว่า
เท้าของคนเราประกอบด้วยกระดูกหลายสิบชิ้นประกอบกัน กระดูกส่วนที่เรียกว่า “Metatarsal” จะคอยทำหน้าที่รับแรงกระแทกจากการที่เราวิ่งลงหน้าเท้า และรักษาความมั่นคงให้กับร่างกายเรา

ในการวิ่งระยะไกล และทำความเร็วบนทางเทรล มีโอกาสที่กระดูกชุดนี้จะบาดเจ็บ จากการกระแทกและบิดตัวมากเกินไป
เพื่อลดอาการที่ว่า จึงมีการเพิ่มดอกยางให้ยื่นออกด้านข้างเท้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงและลดแรงกดให้กับกระดูก “Metatarsal”
Less is more ถึงแม้จะดูเป็นส่วนที่เล็กน้อย แต่ในกระบวนการออกแบบต้องใส่ใจและมองข้ามไม่ได้ เพราะผลข้างเคียงที่ตามมาอาจส่งผลให้นักกีฬาบาดเจ็บและส่งผลต่อ Performance ระยะยาวได้

จะเห็นได้ว่านอกจากความเร็วที่นักกีฬาต้องการแล้ว การปกป้องที่เฉพาะเจาะจงก็มีความจำเป็นอย่างมาก ซึ่งทุกอย่างต้องถูกคิดและถูกออกแบบมาแบบเฉพาะเช่นกัน
เด้งขึ้นอีกด้วย Insole

จากที่เราคุยกันมาแล้วว่า ความต้องการสูงสุดนักกีฬาในการแข่งขันคือ ชัยชนะ
การที่เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรองเท้าที่ใช้ในการแข่งได้เพียงเล็กน้อย อาจจะส่งผลต่อชัยชนะของเราได้
พื้น Insole แบบ XFlow Speed จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสะท้อนคืนแรงกระแทกได้มากเป็นพิเศษ
ลดทอนการสูญเสียแรงกระแทกตอนลงเท้า ให้กลายเป็นแรงส่งเพิ่มไปอีกระดับ
สมมติว่า เกิดแรงกระแทกจากการลงเท้า 100ส่วน ถ้ารองเท้าเราทำหน้าที่รับแรงกระแทกอย่างเดียว
แรงนั้นอาจจะสะท้อนกลับมาที่เราแค่ 50 ส่วน อีก 50ส่วนถูกดูดซับหายไปกับรองเท้า
ซึ่งถ้าเราอยากวิ่งได้ไกลหรือวิ่งเร็วขึ้น เราก็ต้องใช้แรงมากขึ้น
ชอบนุ่มๆครับ => นุ่มสบายแต่ก็เปลืองแรงน้าาาาา
ในทางกลับกัน ถ้ารองเท้าเราสามารถเปลี่ยนแรงกระแทก 100 ส่วนนั้น ให้กลายเป็นแรงสะท้อนกลับแบบสปริงได้ครบ 100 ส่วน หรือสูญเสียแรงให้น้อยที่สุดได้ เราก็จะประหยัดแรงในการวิ่งมากขึ้น
ประหยัดแรงกว่า ก็ไปได้เร็วกว่า ไกลกว่า
รวมสเปค

สรุป
Prodigio Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานแบบโปรของคุณ
ทุกส่วนของรองเท้ามีส่วนเสริมให้ Prodigio Pro เป็นรองเท้าแข่ง ที่จะพาผู้สวมใส่ไปได้เร็วขึ้น และไกลขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับรองเท้าแข่งแบบนี้ หากต้องการดูรองเท้าจริงสามารถสอบถามได้ที่ร้านเคฟแมนนะครับ
FB : https://m.me/cavemanstorethailand
หรือโทร 063-0599907
ถ้าคุณต้องการไปให้ไกลขึ้น และเร็วขึ้น
บนทางเทรลแบบ Technical
เพิ่มเติม
เมื่อรองเท้าเทรลที่มีคาร์บอน ไม่ใช่คำตอบในการวิ่งเทรลบนทาง Technical มาดูกันว่า La Sportiva ออกแบบและแก้ปัญหานี้อย่างไร
.
1. ลักษณะเฉพาะของแผ่นคาร์บอนคือ แข็งและคืนตัวกลับเมื่อถูกแรงกระทำ เหมือนสปริง และ ”ให้ตัว” น้อย
.
2. การใส่แผ่นคาร์บอนเข้าไปในรองเท้า เหมือนเรามี plantar fascia เพิ่มขึ้นมาอีกแผ่น และเป็นแผ่นที่แข็งมากๆด้วย
.
plantar fascia คือ แผ่นเอ็นแข็งๆใต้ผ่าเท้าเรา ทำหน้าที่ให้อุ้งเท้าเราเหมือนคันธนู หลังเท้าเป็นตัวคันธนู และplantar fasciaเป็นสายธนู คันธนูจะโก่งและยืดออกผ่านแรงดึงของสายธนูสลับกันไป ในตอนที่เราเดินหรือวิ่ง
.
ข้อมูลอ้างอิงครับ : https://en.wikipedia.org/wiki/Plantar_fascia
.
3. จากคุณสมบัติที่ “ไม่ให้ตัว” ของแผ่นคาร์บอน แผ่นคาร์บอนจึงถูกนำมาใส่ในรองเท้าวิ่งทางเรียบ เพื่อให้เราเด้งไปข้างหน้าได้มากกว่าปกติ
.
4. เมื่อเรา “เด้งกว่าปกติ” เราก็จะเคลื่อนที่ไปได้ไกลและประหยัดแรงกว่า ลองคิดดูครับถ้าเราประหยัดแรงกว่าคู่แข่ง โอกาสชนะก็สูงขึ้นตาม
.
5. เพราะความที่แผ่นคาร์บอน “ไม่ให้ตัวเลย” เราจึงไม่ถูกเด้งไปในทิศทางอื่นเลย นอกจากพุ่งไปข้างหน้าหรือเด้งขึ้นบน
.
6. หันมาดูรองเท้าเทรลกันบ้าง การใส่แผ่นคาร์บอนก็มีจุดประสงค์เดียวกัน คือเด้ง ให้เราประหยัดแรงและไปได้ไกลขึ้น เร็วขึ้น
.
7. แต่ความ “ไม่ให้ตัว” หรือบิดตัวได้น้อย กลับเป็นปัญหาในการวิ่งบนทางที่ไม่สม่ำเสมอ และวิ่งเทรลบนทาง Technical
.
8. การที่ฝ่าเท้าไม่สามารถปรับตัวตามสภาพพื้นผิวได้เลย เพราะโดนแผ่นคาร์บอนล๊อคไว้ ทำให้แรงบิดไปเกิดขึ้นที่ข้อต่อเล็กๆ ข้อเท้าและหัวเข่า และนำไปสู่อาการบาดเจ็บ
.
9. และอีกเหตุผลที่สำคัญคือ ราคารองเท้าจะแพงขึ้นโดยใช่เหตุ เพราะขั้นตอนในการที่จะยัดแผ่นคาร์บอนเข้าไปในรองเท้า เป็นการเพิ่มกระบวนการและต้นทุนในการผลิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคารองเท้าที่สูงขึ้น
.
10. La Sportiva ได้พัฒนาเทคโนโลยี XFlow Speed มาทดแทนแผ่นคาร์บอน โดยใช้พื้น TPU ที่ตอบสนองได้ดี และมีความเป็น SEMI-RIGID ซึ่งให้ตัวได้ดีกว่า แถมยังคงเด้งส่งแรงด้วย
.
เทคโนโลยี XFlow นี้ได้ถูกใช้ในรองเท้ารุ่น Prodigio Pro ในส่วนของ Midsole ที่ออกแบบมาให้มีส่วนประกอบของวัสดุถึง 3 ชนิด
.
Prodigio Pro จัดเป็นรองเท้า Trail Super Shoes ตัวท๊อป ที่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เดือน มีนาคน 2025 เป็นต้นไปครับ



มีความเห็นกับบทความนี้ยังไงบ้าง comment ทิ้งไว้ได้เลยนะครับ