
วิ่งเทรลต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่เราควบคุมได้ และอะไรควบคุมไม่ได้
.
ปรัชญาสโตอิก (Stoicism) เป็นปรัชญาที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 2000 ปี มีต้นกำเนิดจากยุคโรมัน โดยมีนักปรัชญาที่มีชื่อเสียงหลายคนเช่น Epictetus, Marcus Aurelius, Seneca
.
หลักปรัชญาสโตอิกสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และประยุกต์เข้ากับกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่ การวิ่งเทรล
.
โดยแนวคิดพื้นฐานคือ แยกแยะให้ออกว่าอะไรคือสิ่งที่เราควบคุมได้ และอะไรที่ควบคุมไม่ได้ แล้วโฟกัสกับสิ่งที่เราควบคุมได้เท่านั้น ปล่อยวางสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
.
การปล่อยวางไม่ใช่การปล่อยเลยตามเลย แต่เป็นการยอมรับอย่างมีสติ ไม่ใช่ยอมจำนนต่อสิ่งนั้น
.
**การปล่อยวาง คือการยอมรับอย่างมีสติ ไม่ใช่การยอมจำนน**
“Accept whatever comes to you woven in the pattern of your destiny, for what could more aptly fit your needs?” — Marcus Aurelius
.
เช่นเราถูกคนวิจารณ์
> ถ้ายอมจำนน : “ไม่สนแล้ว ใครจะพูดอะไรก็พูดไป”
> ปล่อยวาง : “เราคุมปากคนไม่ได้ แต่เราคุมการตอบสนองของเราต่อคำพูดนั้นได้”
.
สโตอิกสอนให้เราเป็นคนที่มองทุกสิ่งภายนอกเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้
มีแค่เรื่องภายในของเราเท่านั้นที่ควบคุมได้ มีเพียง ความคิด การกระทำ และ คำพูด ของเราเท่านั้นที่เราควบคุมได้
.
ผมได้ฟังยูทูปของคุณนิ้วกลมเกี่ยวกับหนังสือ The Daily Stoic ของ Ryan Holiday
ที่เกี่ยวกับปรัชญาสโตอิกที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอด 365 วัน
.
คุณนิ้วกลมยกบทที่เกี่ยวกับเดือนมิถุนายน ขึ้นมาเล่าให้ผู้ฟังได้ฟัง
เดือนมิถุนายนเป็นหัวข้อเกี่ยวกับ การแก้ปัญหา
.
ถ้าเราเจอปัญหา ในมุมมองสโตอิก จะแก้ปัญหานั้นอย่างไร?
.
หลักปรัชญาสโตอิกสอนว่า “เราต้องทำตัวให้พร้อมทุกสถานการณ์” เพราะเราควบคุมเรื่องภายนอกไม่ได้ เราจึงต้องเตรียมพร้อมภายในของเราให้พร้อมอยู่เสมอ
.
และเราต้องมี “ทางสำรอง หรือแผนสำรอง” ไว้เสมอ เพราะอะไรๆก็ไม่แน่นอน
.
ตามกฎของเมอร์ฟี่ (Murphy’s Law) ที่กล่าวว่า:
**”Anything that can go wrong, will go wrong.”** (อะไรก็ตามที่สามารถผิดพลาดได้ มันจะผิดพลาด)
ซึ่งสอดคล้องกับศาสนาพุทธที่บอกว่า อนิจจัง = ทุกสิ่งไม่แน่นอน
.
การจะรับมือกับความไม่แน่นอนที่เป็นผลมาจากสิ่งภายนอก เราต้องมีแผนสำรอง หรือ มีการคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ความไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นในทุกๆรูปแบบ แล้วป้องกันแก้ไข เพื่อที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้
.
การวิ่งเทรลไม่ว่าจะเป็นการซ้อม วิ่งเล่นๆกับเพื่อน หรือลงแข่งขัน ย่อมมีโอกาสเกิดสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมได้เสมอ
.
เช่นอาจจะโดนงูกัดได้ อาจจะเหยียบหินแล้วข้อเท้าพลิก วิ่งๆอยู่ฝนอาจตกก็ได้ มีโอกาสเกิดสิ่งที่เหนือการควบคุมได้เสมอ
เรามาหาทางป้องกันสิ่งที่เหนือการควบคุมเหล่านี้ ตามหลัก สโตอิกกันดีกว่า
.
โดยเราแบ่งเรื่องที่พิจารณาเป็น 2 ส่วนคือ A. ส่วนที่เราควบคุมได้ และ B. ส่วนที่เราควบคุมไม่ได้
.
A. ส่วนที่เราควบคุมได้ ตามหลักสโตอิก มีเพียงแค่ กายและใจของเรา เท่านั้นที่เราสามารถจะควบคุมได้
.
– ต้องเตรียมกาย ด้วยการซ้อม สร้างความทนทานให้กับร่างกายและกล้ามเนื้อทุกส่วน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันที่ยากลำบากและยาวนาน
.
มุราคามิ บอกในหนังสือ “[[What I Talk About When I Talk About Running]]” ว่า
.
“I’m the kind of person who has to work hard to get anything done. My body is like a workhorse that has to be trained.”
เขาเคี่ยวกรำร่างกายตัวเองด้วยการฝึกอย่างหนักเพื่อให้พร้อมสำหรับการวิ่งมาราธอน โดยเปรียบเทียบร่างกายเหมือน ล่อบรรทุกของที่ต้องผ่านการฝึกถึงจะบรรทุกของหนักได้
.
– ต้องเตรียมใจ นอกจากกายที่แข็งแกร่งแล้ว เราย่อมต้องการจิตใจที่เข็มแข็ง เพราะการแข่งขันมีความเครียด มีความกดดัน และความคาดหวัง การฝึกให้จิตใจเราเข้มแข็งย่อมมีประโยชน์ในการจัดการความเครียด และความตื่นเต้น
.
และ มุราคามิก็บอกไว้เช่นกันว่า “Pain is inevitable. Suffering is optional.”
“ความเจ็บปวดหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความทุกข์เลือกได้”
ยิ่งเป็นความเจ็บปวดที่เราเลือกที่จะทำอย่างการวิ่งอัลตร้าเทรล ที่เราจะพบกับความเจ็บปวดในทุกๆก้าวเมื่อเราวิ่งไปได้ไกลระดับนึง มีแค่จิตใจของเราเท่านั้นที่จะมองว่ามันเป็นความทุกข์หรือความสุข
.
B. ส่วนที่ควบคุมไม่ได้ นอกจากกายและใจแล้ว อื่นๆที่เหลือถือว่าเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
แล้วเราพอจะทำอะไรกับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ได้บ้าง
.
– วางแผน เพื่ออุดช่องโหว่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นจากความผิดพลาด เช่นศึกษาแผนที่ของเส้นทางที่จะวิ่งจริง ว่าช่วงไหนเป็นทางแบบใด มีหินลอยมากน้อยแค่ไหน ทางเปียกต้องลุยน้ำไหม การวิ่งในแต่ละช่วง มีสภาพอากาศแบบไหน เจอแดดจัดๆไหม หรือเจอฝน ช่วงค่ำจะหนาวไหม
.
– การวางแผนเป็นการจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง(What) เกิดขึ้นแบบใด(How) จะมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อไหร่(When) และที่ไหน(Where) ถ้าเกิดขึ้นจริงใครจะช่วยเรา(Who) หรือเราต้องเตรียมตัวไปเอง
.
– การวางแผนที่ดีส่งผลให้เราเลือก และเตรียมอุปกรณ์ไปได้อย่างเหมาะสม หนึ่งในนั้นคืออุปกรณ์บังคับ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ที่จะคอยอุดรอยรั่วของการเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้น
.
– ฝนฟ้าอากาศเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ เราทำได้แค่เตรียมอุปกรณ์ไปให้พร้อม
.
– เสื้อกันฝน เป็นอุปกรณ์บังคับที่หลายคนไม่ค่อยใส่ใจ เพราะมองว่าใส่อะไรก็ได้ขอแค่ให้กันฝนได้ก็พอ แต่จริงๆแล้วเสื้อกันฝนจำเป็นมากๆในการวิ่งระยะอัลตร้าเทรล เพราะเราไม่รู้เลยว่าฝนจะตกเมื่อไหร่ เนื่องจากสภาพอากาศในป่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
.
– มาตรฐานเสื้อกันฝนสำหรับการวิ่งอัลตร้าเทรลที่ UTMB กำหนด จะกันน้ำอยู่ที่ 20,000 mm แต่ยังสามารถระบายอากาศออกได้ เสื้อกันฝนสำหรับวิ่งก็ต่างกับเสื้อกันฝนสำหรับ Hiking เพราะจะเข้ารูปกว่า ไม่โคร่ง ทำให้โอกาสที่อากาศเย็นจากฝนจะเข้ามากระทบตัวเรามีน้อยลง อีกทั้งบางรุ่นไม่มีช่องกระเป๋าเลยด้วย เพื่อไม่ให้มีช่องให้น้ำเข้ามากระทบตัวเราเลย
.
– หากโอกาสเกิดฝนน้อยมากจริงๆ เสื้อกันลมเป็นอีกตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เสื้อกันลมกันฝนปรอยๆได้ กันลมเย็นที่จะมาปะทะตัวเรา ช่วยกันหนาวตอนค่ำในป่าได้
.
– อุปกรณ์พกพาฉุกเฉินต่างๆก็ต้องเตรียมไม่ให้พลาด ไฟคาดศีรษะ มีถ่านสำรองไหม ใช้งานได้ใช่ไหม ควรจะมี 2 ตัวไหมเพื่อกันพลาด First aid หรือชุดปฐมพยาบาล ต้องมีอะไรบ้าง ยาทาแผล ยาแก้ปวดลดไข้ ยาประจำตัวของเรา ทุกอย่างจำเป็นทั้งหมด เพื่อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ก็ต้องย้อนไปที่การวางแผนที่ดี
.
– ลักษณะพื้นผิวที่เราวิ่งเป็นอีกสิ่งที่เราคาดการณ์ไม่ได้ จะเป็นกรวด จะเป็นทราย หรือทางบางช่วงชันมากจนไม่สามารถDownhill ลงมาได้ การเลือกรองเท้าจึงมีความสำคัญ หลายคนมักจะพูดว่า มีรองเท้าคู่เดียวก็วิ่งได้ แต่จริงๆแล้วเราควรเลือกรองเท้าให้เหมาะกับสภาพเส้นทางและการใช้งานให้มากที่สุด
.
– แน่นอนว่าปัจจัยเรื่องพื้นผิวส่งผลต่อการเลือกรองเท้า แต่เราคงเอารองเท้าไปเปลี่ยนระหว่างทางไม่ได้ การเลือกรองเท้าคู่เดียวให้มีคุณสมบัติทุกอย่างดีที่สุดจึงเป็นแผนสำรองที่ดีที่สุดเช่นกัน
.
– เคยคิดเรื่องรองเท้าพังระหว่างทางบ้างไหมครับ จะมีซักกี่คนที่มาลองเช๊ครองเท้าก่อนใช้งาน ว่ามันจะหลุดจะขาดจากกันหรือไม่ การที่รองเท้าพังระหว่างทางเป็นเรื่องที่เกินความควบคุมแต่เราป้องกันไม่ให้เกิดได้ การตรวจเช๊คอุปกรณ์ล่วงหน้าก่อนการแข่งขัน เป็นอีกขั้นตอนของการวางแผนที่เราจะข้ามไปไม่ได้
.
– จะเห็นได้ว่ามีสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมมากมาย แผนสำรองจึงจำเป็นมากๆ บางครั้งเราคาดไม่ถึง หรือสถานการณ์จริงรุนแรงกว่าที่คิดไว้ จนเกิดเรื่องไม่คาดฝันกับร่างกายหรือจิตใจเรา การหยุดการแข่งขันก็อาจจะเป็นแผนสำรองที่ดีที่สุดก็เป็นได้
.
ถ้าคุณกำลังมองหา รองเท้าเทรล ที่ใช้งานได้หลากหลายในทุกๆลักษณะพื้นผิว รองเท้าทนทานไม่พังง่าย ผมขอแนะนำ รองเท้า La Sportiva Prodigio รองเท้าเทรลที่เหมาะกับการวิ่งระยะไกล ให้ความมั่นคงสูง
https://caveman-store.com/prodigio/
หรือหากต้องการรองเท้าที่ช่วยให้เราวิ่งได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้นบนเส้นทาง Technical ผมขอแนะนำ La Sportiva Prodigio Pro
https://caveman-store.com/ProdigioPro
.
ผมเขียนบทความแบบสั้นนี้บน Facebook สามารถติดตามได้ที่ลิงค์นี้นะครับ
https://www.facebook.com/edgeless